ดูหนังอย่างไรให้จีบผู้หญิงติด เสนอแนะหนัง 5 เรื่องสอนแนวทางจีบผู้หญิง

คนใดกันจีบผู้หญิงไม่เก่ง มาทางนี้ พวกเราขอเสนอแนะให้ ดูหนังออนไลน์ ที่พวกเราคัดเลือกมาให้ 5 ประเด็นนี้เลย การันตีว่าจะได้ทริคดีๆไปใช้ตบมุกให้ผู้หญิงหลงได้แน่ๆ ในตอนกักบริเวณจากวัววิดนี้แหล่ะ เหมาะสมแก่การฝึกซ้อมวิชาจีบผู้หญิงยิ่งนัก ทราบไหมว่าการดูหนังนั้นให้อะไรกับพวกเราหลายสิ่งหลายอย่างเลยจ้า เว้นเสียแต่เรื่องความสนุกสนานแล้ว หนังบางเรื่องยังแอบแฝงวิชาความรู้และก็แง่คิดดีๆเอาไว้ สำหรับชายหนุ่มๆคนใดกันแน่ ที่มีนิสัยขวยเขิน จีบผู้หญิงไม่เป็น แม้กระนั้นไม่รู้เรื่องจะขอคำแนะนำผู้ใดหรือให้คนไหนกันมาสอน ขอเสนอแนะให้ดูหนังออนไลน์สอนจีบผู้หญิง ทั้งยัง 5 ประเด็นนี้ ที่น่าจะเป็นตัวช่วยปรับให้คุณจีบผู้หญิงเก่งขึ้น!

1. Crazy, Stupid, Love (2011) ทึ่มเซ่อซ่าบ้า เพราะเหตุว่าความรัก
หนังหัวข้อนี้จัดว่าตอบปัญหามากมายๆสำหรับชายหนุ่มๆที่อยากทราบแนวทางสำหรับการจีบผู้หญิง โดยในเรื่องนักแสดง เจค็อบ ที่แสดงโดยชายหนุ่มหล่ออย่าง ไรอัน กอสลิง จำต้องมาปฏิบัติภารกิจสอน คาร์ล ชายหนุ่มใหญ่ภรรยาทิ้งซึ่งแสดงโดย สตีฟ คาร์เรล จากพ่อบ้านสุดเฉิ่มให้เปลี่ยนมาเป็นเพลย์บอยตัวบิดาสำหรับในการจีบผู้หญิง ในหนังมีการสอนทั้งยังแนวความคิดเบื้องต้น การปรับทัศนคติ รวมถึงแบบอย่างการลงมือปฏิบัติสำหรับการจีบผู้หญิง โดยหลักสูตรนี้จำต้องกล่าวว่าละเอียดพอควร ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมพร้อมอย่างการเพิ่มเสน่ห์ให้ตัวเอง ทั้งยังการแต่งตัว ลีลาการเดิน การเข้าพบหญิงสาวไม่คุ้นเคย การสนทนา แล้วก็การถักสมาคมต่อ

2. That Awkward Moment (2014) หนึ่ง ส่อง ซั่ม เอาวะ เลิกไม่มีคู่ครอง
หนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ เรท R ซึ่งเว้นเสียแต่ความเฮฮาแล้ว ผู้ชมยังได้ได้โอกาสตามมองภารกิจของ นักแสดง 3 แก๊งค์หนุ่มโสดเพื่อนรัก เจสัน (แซค แอฟรอน) แดเนียล (ไมลส์ เทลเลอร์) และก็ ไมกี้ (ไมเคิล บี จอร์แดน) สำหรับเพื่อการจีบผู้หญิงแบบ One Night Stand หนังหัวข้อนี้เหมาะสมกับกรุ๊ปเพื่อนฝูงที่ต้องการไปจีบผู้หญิงตอนค่ำ เพราะว่าทริคต่างๆของนักแสดงในหนังจำนวนมากจะเป็นการดำเนินการแบบกลุ่ม โดยมีการแบ่งหน้าที่กันแจ้งชัด ไม่มีการหัก โต้เถียง หรือขัดขากัน มองว่าคนใดได้โอกาส สาวพึงพอใจคนไหนมากยิ่งกว่า รวมทั้งสนับสนุนกันแบบสุดกำลัง

3. Alfie (2004) อัลฟี้ กิ๊กๆกั๊กๆไม่รักสักครั้ง
‘จู๊ด ลอว์’ ผู้แสดงชายหนุ่มมาดหรูมารับบทเป็น อัลฟี้ ชายหนุ่มคนขับลีมูซีนในกลางวัน แล้วก็มีงานว่างเป็นเพลย์บอยขั้นเทวดาในช่วงเวลาค่ำคืน โดยเขาสามารถหว่านเสน่ห์กับผู้หญิงกระทั่งมีความเกี่ยวเนื่องลึกซึ้งได้ดูเหมือนจะทุกวันอย่างยิ่งจริงๆ Alfie จะมีผลให้คุณมีความคิดเห็นว่า เพศชายไม่จำเป็นที่ต้องหล่อหรือร่ำรวยมากมาย แค่เพียงมีสไตล์เป็นของตนเอง รวมทั้งมีความมั่นใจและความเชื่อมั่น ก็มองดึงดูดใจเย้ายวนใจผู้หญิงเข้ามาได้แล้ว แถมยังมีวิธีการสำหรับในการสร้างเสน่ห์ร้ายมาก, การเชิญไปต่อแบบแนบเนียน รวมทั้งการจัดการกับความเกี่ยวข้องแบบเลวข้ามคืนได้อย่างเหนือชั้น แต่ลงท้ายหนังหัวข้อนี้ก็บ่งบอกถึงถึงบทเรียนของการเป็นเพลย์บอยมากจนเกินไปที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแง่คิดให้กับเพศชายหวานใจสนุกสนานได้อย่างดีเยี่ยมอย่างยิ่งจริงๆ

4. Hitch (2005) พ่อสื่อเฟี้ยว..ประเดี๋ยวจัดให้
เดท 3 คราวแรกของลูกค้า เพื่อเอาชนะจิตใจสตรีในฝัน นี่เป็นนิยามของ อเล็กซ์ ได้รับความนิยมเป็นต้นว่าส์ หรือ ได้รับความนิยมช์ (แสดงโดย วิลล์ สมิธ) ผู้ชำนาญด้านการออกเดท และก็ยอดเยี่ยมพ่อสื่อ ผู้ครอบครองสถิติสร้างการบรรลุเป้าหมายสำหรับเพื่อการจีบหญิง ให้ลูกค้าผู้ชายสูงที่สุดในนิวยอร์กในเรื่องผู้ชมจะได้สนุกสนานกับลักษณะการทำงานของ ได้รับความนิยมช์ สำหรับในการช่วยเหลือชายหนุ่มสุดติ๋มให้ได้เดทกับศิลปินสาวสุดเซ็กซี ความน่าดึงดูดใจของ Hitch เป็นการที่นักแสดงหลักเป็นผู้ฝึกสอนสอนจีบผู้หญิง ผู้ชมก็เลยได้ทราบเทคนิคต่างๆจำนวนมาก อีกทั้งคำเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการจีบสาว สิ่งที่ควรจะทำและไม่ควรจะทำ รวมทั้งวิธีการปรับปรุงความเกี่ยวพันที่ไม่ใช่แค่การจีบผู้หญิงในผับแล้วเน้นย้ำความระทึกใจเพียงแต่ข้ามคืน แต่ว่าเป็นการจีบผู้หญิงเพื่อได้คุณมาเป็นแฟนจริงๆมากยิ่งกว่า

5. Focus (2015) จุดโฟกัส เกมมายากล เสน่ห์ชาวเหนือก้อนเมฆ
สำหรับ Focus บางครั้งก็อาจจะไม่ใช่เรื่องราวของการจีบผู้หญิงตรงๆเท่าใดนัก เพราะเหตุว่าหน้าหนังเป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับการกลยุทธ์จารกรรม แม้กระนั้นมีการใช้ประโยชน์จากทฤษฏีจิตวิทยาสำหรับการชักจูงคน ของ นิคกี้ (วิลล์ สมิธ) ซึ่งจัดว่ามีแนวทางที่น่าดึงดูดหลายชนิดที่น่าศึกษารวมทั้งน่าทดลองเอาทริคนิดๆหน่อยๆนี้ไปประพฤติตาม สิ่งที่ผู้ชมจะได้ก็คือวิธีสำหรับการสร้างความใกล้ชิดกับบุคคลอื่นในระยะติด ร่วมกับการใช้ภาษากายต่างๆเป็นต้นว่า การเลียนแบบลีลาของผู้ที่กำลังคุยด้วย อันจะช่วยให้เขาถูกใจคุณมากยิ่งขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว ทั้งยังขั้นตอนการดึงความพึงพอใจคู่เจรจา รวมทั้ง การมอบของขวัญที่น่าประทับใจ ซึ่งทั้งสิ้นเป็นเคล็ดวิธีที่เพศชายนำไปใช้สำหรับการจีบผู้หญิงได้ทั้งหมดทั้งปวง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังกักตัวอยู่บ้านยังไง ให้สกิลภาษาอังกฤษเลเวลอัพ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านกักตัวนานขนาดนี้ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ หาหนังมาฝึกสกิลภาษาอังกฤษกันเถอะ! ใช้เวลาในช่วงกักตัวให้เป็นประโยชน์ โดยการดูหนังนี่แหล่ะ เค้าว่ากันว่าหนังที่ดีที่สุดสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ต้องเป็นหนังที่เราชอบมากที่สุดด้วยนะ เพราะอะไรนะเหรอ? เพราะเราจะสามารถดูมันซ้ำ ๆได้ไม่มีเบื่อไงล่ะ แต่ถ้ายังเลือกเรื่องที่จะดูไม่ถูกซักที…วันนี้เราจะมาแนะนำหนังน่าดู เพื่อฝึกภาษาอังกฤษหลายเรื่องด้วยกัน เราคัดมาแล้วว่าเป็นเรื่องที่เวิร์คมาก โดยเริ่มฝึกจากระดับภาษาง่ายๆไปถึงระดับปานกลาง และเรื่องที่เราคัดสรรมาสนุกๆทั้งนั้น มีหลายตอน หลายซีซั่น เอาเป็นว่าดูกันได้เป็นปีเลยทีเดียว ดูเยอะขนาดนี้ ไม่เก่งขึ้นก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว มีเรื่องอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. How I Met Your Mother (แบบว่า กว่าพ่อจะเจอแม่)
ระดับภาษา : ง่าย
เรื่องนี้ฮาอย่าบอกใครสำหรับ How I met your mother จัดว่าเป็นซีรีส์ซิทคอมเหมือนกับ Friends แต่จะออกแนวคล้ายๆ กับซิทคอมเรื่องเก๋าของบ้านเราอย่าง “เป็นต่อ” ดูสนุกเพลินๆ ได้ความรู้ ปนเสียงหัวเราะก็ยิ่งทำให้การเรียนภาษาอังกฤษของเราสนุกขึ้นได้
จุดเด่น : เรื่องนี้แอบสอดแทรกวัฒนธรรมสมัยใหม่ และดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีทั้งเรื่องของการจีบสาว ออกเดท ความสัมพันธ์ ปาร์ตี้ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการใช้ชีวิตของคนสมัยใหม่ได้ดีทีเดียว ภาษาที่เรื่องนี้ใช้ค่อนข้างสมัยใหม่ และเข้าถึงง่าย เพราะเป็นคำที่ใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน แถมได้ Slang กับ Idioms อีกเพียบ เช่น High-five , Awesome อะไรแบบนี้ เห็นแบบนี้แล้ว อย่ารอช้าไปโหลดมาดูกันเลย

2. Friends (เฟรนส์)
ระดับภาษา: ง่าย
Most Recommended Series! เลยสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกฟังและฝึกพูด
เรื่องนี้มีความอมตะ แม้จะผ่านมาหลายยุคหลายสมัยก็ยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนังแนะนำสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษ แม้สีของภาพอาจจะเก่า เจนนิเฟอร์ยังดูสาว ทั้งๆที่ตอนนี้อายุก็ไม่ใช่น้อยๆก็ตาม สำหรับเรื่องนี้ลองหามาดูแล้วจะงงว่า เห้ย! ทำไมมันฟังง่ายยังงี้น้า ดูเพลินๆ เป็นหนังแนว Comedy ฟังง่ายแถมคลายเครียดอีกต่างหาก ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้คือสุดยอดของซีรีส์แนะนำสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกพูดภาษาอังกฤษตลอดกาล
จุดเด่น : ระยะเวลาไม่นาน ทำให้คุณสามารถโฟกัสได้ตลอดเวลา แม้ว่าบางครั้งคุณอาจจะไม่เข้าใจทุกคำที่นักแสดงพูดก็ตาม ตัวละครที่มีไม่มากเกินไป แต่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจน แถมมีบทพูดเยอะอีกด้วย ซึ่งเป็น 1 ใน 4 ข้อที่เราแนะนำให้เลือกหนัง และซีรีส์จากบทความวิธีการเลือกดูหนังยังไง ให้เก่งอังกฤษในตอนที่แล้ว สังเกตเสียง และสำเนียงการพูดของตัวละครแต่ละตัว คำศัพท์ที่ได้ก็เป็นแนวบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เจอทุกวัน เหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่เริ่มฝึกภาษาอังกฤษ โหว! เห็นแบบนี้ต้องจัดมาดูบ้างแล้วล่ะ

3. Glee (กลี)
ระดับภาษา : ง่าย
ใครจะไปรู้ว่าเรื่องนี้เลิศสุดๆ เหมาะสำหรับคนที่อยากออกเสียงเป๊ะ สำเนียงเลิศ เรื่องนี้แอบสอนภาษาอังกฤษผ่านการร้องเพลง เก๋อ่ะ! วิธีนี้ทำให้เราสามารถจำประโยค และศัพท์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า จัดว่าเป็นเทคนิคขั้นเทพสำหรับคนที่อยากฝึกภาษาอังกฤษ สงสัยคงต้องฝึกร้องเพลงดูบ้างแล้ว
จุดเด่น : เรื่องนี้จะช่วยคนที่ต้องการฝึกการออกเสียงที่ถูกต้อง มีการฝึกออกโทนเสียงสูง เสียงต่ำ Intonation เป๊ะเว่อร์! เชื่อว่าหลังดูซีรีส์เรื่องนี้จบ พูดอังกฤษได้อย่างกับจบนอก (เว่อร์ได้อีก) เกือบทุกตอนครูดนตรีจะมาสอนการร้องเพลง รวมถึงการออกเสียงที่ถูกต้องของตัวละคร ทำให้เราได้ฝึกฝนไปด้วยในตัว เยี่ยมสุด! แถมเพลงในเรื่องนี้หลายเพลงเป็นเพลงดังอีกต่างหาก เก๋แบบนี้ไม่ลองไม่ได้แล้วล่ะ

4. The Walking Dead (เดอะวอล์กกิงเดด)
ระดับ: ปานกลาง
แค่ฟังชื่อก็กลัวแล้วอ่ะ แต่บอกเลยนะว่าเรื่องนี้เด็ดสุดๆ ลุ้นทุกวินาที จนแทบไม่อยากลุกจากที่นั่งเลยทีเดียว จนขอยกให้เรื่องนี้เป็นสุดยอดของซีรีส์ในดวงใจตลอดกาลสำหรับคนชอบดูหนังแนวซอมบี้
จุดเด่น : เนื้อเรื่องดำเนินอย่างเมามันส์ ตื่นเต้น ลุ้นทุกวินาที ชวนติดตาม ดูสนุกๆ เพลินๆ รู้ตัวอีกทีพูดอังกฤษเก่งซะละ ที่สำคัญมีบทพูดค่อนข้างเยอะและส่วนมากเป็นบทพูดในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการฝึกภาษาอังกฤษ เพราะเราจะได้ฝึกฟังและเจอโครงสร้างประโยคที่หลากหลาย พอฟังเยอะก็จะช่วยให้เราสามารถสร้างบทสนทนาในสถานการณ์ต่างๆได้เป็นอย่างดี สถานการณ์แบบไหนเรื่องนี้มีครบ จะรัก จะเศร้า จะหวาน จะซึ้ง จะอึ้ง ก็ได้หมด โดยเฉพาะสถานการณ์หวาดเสียว วิ่งหนีผีซอมบี้ โอ๊ย! มันส์อ่ะบอกเลยว่า พลาดแล้วจะเสียใจ

5. Once Upon a Time (ณ กาลครั้งหนึ่ง)
ระดับ: ปานกลาง
สำหรับคนที่ชอบแนวนิทานปรัมปรา เทยนิยายแฟนตาซีต้องชอบเรื่องนี้แน่นอน คอนเฟิร์ม! หนังเรื่องนี้เหมือนเอาการ์ตูนวอลส์ ดิสนีย์ และนิทานทางฝรั่งตะวันตกมายำรวมกัน เอาเป็นว่าได้เจอตัวละครที่คุ้นตาสมัยเด็กครบแน่นอน เช่น Snow White สโนวไวท์ , Evil Queen, พินอคคิโอ Pinocchio, ปีเตอร์แพน Peter Pan, หนูน้อยหมวกแดง Red Riding Hood, Robin Hood โรบิ้น ฮู้ด , ครูเอลล่า Cruella ฯลฯ แต่เรื่องราวจะเป็นแบบไหน ใช่แบบที่่เราเคยดูกันตอนเด็กๆรึเปล่าต้องไปดู
จุดเด่น: ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย บทสนทนา และคำศัพท์ที่ใช้เป็นคำที่พบบ่อย และที่ใช้จริงในชีวิตประจำวัน เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ดูกับแฟนก็ยังได้ นอกจากนี้เราจะมีโอกาสได้รู้ศัพท์ดั้งเดิมของฝั่งตะวันตกอีกต่างหาก เช่น “thy” ที่หมายถึง “your” ในปัจจุบัน ถ้าให้พูดง่ายๆก็คงคล้ายๆ “ของเจ้า” โหว! มีความโบราณ บอกเลยว่าสิ่งที่จะต้องทำตอนนี้คือ นั่งลง พักผ่อน และสนุกไปกับการดูซีรีส์เรื่องนี้ รับรองไม่ผิดหวัง

6. Lost (อสุรกายดงดิบ)
ระดับ: ปานกลาง
มาถึงเรื่องนี้ดีกว่า Lost ลองมาดูเรื่องที่มันแมนๆ ตื่นเต้นๆ กันบ้าง เรื่องนี้เป็นซีรีส์เรื่องดังในต่างประเทศ พลอตเรื่องน่าสนใจ เปลี่ยนไปในทุกซีซั่น แถมที่สำคัญภาษาพูดไม่ยากเท่าไหร่ อยากดูแล้วอ่ะ
จุดเด่น : เรื่องนี้ดูจบเมื่อไหร่จะทำให้คุณสามารถฟังสำเนียงการพูดภาษาอังกฤษที่หลากหลาย ฝึกบริหารหูไว้ก่อนได้เลย สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึก ถ้าฟังไม่เข้าใจมาก สำเนียงแปลกๆ ก็อย่าเพิ่งตกใจ ฟังบ่อยๆ จะดีขึ้นเอง มีทั้งสำเนียง อเมริกัน, อังกฤษ, ออสเตรเลียน, หรือแม้กระทั่ง สก๊อตติชยังมี แต่ที่เด็ดกว่าคงเป็นคำศัพท์ก็หลากหลาย ครอบคลุมในทุกสถานการณ์ ใครอยากฝึกสำเนียงไหน ลองมาดูเรื่องนี้ก่อนเลย อิอิ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากการ ”ดูหนังออนไลน์”

การ ดูหนังออนไลน์ พิสูจน์กับหลายๆคนได้แล้วว่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาทักษะด้านการฟัง เรียนรู้คำศัพท์ และฝึกวิธีการพูดในแบบที่เป็นธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญ ต้องทำให้ถูกวิธี ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ทำคือ ไม่ได้ทำให้การดูหนังเป็นประสบการณ์การเรียนรู้อย่างแท้จริง แค่นั่งดูไปเรื่อย ๆ เหมือนดูหนังในภาษาของตัวเอง และไม่ได้จริงจังกับมันมากพอ วันนีเราจะขอนำเสนอทริคเล็ก ๆ น้อยสำหรับการฝึกภาษาเรียนรู้คำศัพท์จากการดูหนังออนไลน์ มาดูกันเลย

เรียนรู้จากการฟังภาษาอังกฤษจริงๆ ของ Native speaker
หนึ่งในวิธีการฝึกฝนภาษาอังกฤษที่หลายๆ คนคอนเฟิร์มแล้วว่า ‘เวิร์ค’ ก็คือการ ‘ดูหนังออนไลน์’ สิ่งที่จะได้จากการดูหนังนั้นมีเยอะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้การใช้ภาษาจริงๆ ของ Native speaker (จะทำให้คุณคุ้นเคยกับสำเนียงของเจ้าของภาษา) , การเพิ่มพูนคำศัพท์ วลีและสำนวนที่ใช้ในชีวิตจริงที่สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน, เรียนรู้วัฒนธรรมเจ้าของภาษา, เรียนรู้การออกเสียงที่ถูกต้อง ,ฝึกทักษะการฟังของคุณอีกด้วย

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังออนไลน์อย่างจริงจัง
การเรียนภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังออนไลน์ คุณจะต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เอาโน้ตบุ๊คไว้ใกล้ตัว หยุดวิดีโอแล้วบันทึกคำศัพท์ใหม่หรือสำนวนใหม่ ๆ ทุกครั้งที่เจอ เมื่อดูเสร็จหนึ่งรอบให้ใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษหรือแอปต่าง ๆ เพื่อศึกษาคำจำกัดความของคำและสำนวนที่คุณบันทึกไว้

บันทึกคำหรือประโยคจากฉากไว้ฝึก
นอกจากนั้น อีกวิธีง่ายๆที่เราอยากแนะนำคือ การจดบันทึกคำศัพท์หรือประโยคง่ายๆจากฉากในหนัง เพราะการจดบันทึกคำง่ายๆ ในฉากหนังนั้นเอาไว้ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการย้อนกลับไปดูในภายหลัง เพราะยิ่งคุณดูซ้ำ ๆ คุณก็จะยิ่งเข้าใจในบริบทของประโยคที่ถูกใช้มากขึ้น แถมยังช่วยให้คุณได้ฝึกฟังและฝึกพูดซ้ำ ๆ จนคล่องขึ้นได้อีกด้วย

ดูคลิปตัวอย่างหนังออนไลน์สั้นๆ
แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเป็นงานยากเพราะต้องดูเนื้อหาที่ยาวเกินไปและอยากได้ตัวช่วย จะทำให้มันง่ายขึ้น เราขอนำเสนอวิดีโอบทสนทนาภาษาอังกฤษ ในรูปแบบคลิปตัวอย่างหนังออนไลน์สั้นๆ ก่อน และค่อยๆปรับเปลี่ยนมันให้เป็นการดูแบบยาวๆที่หลัง

การดูหนังออนไลน์ ถึงแม้จะเป็นการสื่อสารแบบทิศทางเดียว แต่คุณก็สามารถฟังและพร้อมทั้งอ่านออกเสียงเป็นสำเนียงเจ้าของภาษาตามหนังได้ และยังมีสื่อการเรียนรู้อีกมากมายให้คุณได้ศึกษาในระหว่างดูหนังออนไลน์ เมื่อดูเสร็จคุณจะได้รับคำศัพท์และบทสนทนาง่ายๆที่จะช่วยให้คุ้นเคยกับการฟัง การออกเสียงภาษาอังกฤษง่ายขึ้น และการฝึกภาษาจากการดูหนังออนไลน์ก็สนุกและไม่น่าเบื่ออีกด้วย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

5 ประโยชน์ดีๆที่คุณจะได้รับจากการ ดูหนังออนไลน์

การ ดูหนังออนไลน์ นั้นนับว่าเป็นกิจกรรมยอดนิยมของพวกเราในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแล้วก็อินเทอร์เน็ตที่เร็วแรงในตอนนี้ ทำให้พวกเราสามารถดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้านได้แบบลื่นสุดไม่สะดุดทุกการรับดู และก็การดูหนังนอกเหนือจากการที่จะทำให้พวกเราได้รับความสนุกเพลินใจแล้ว ยังเป็นประโยชน์มากมายว่าที่พวกเราคิด เนื่องจากหนังนั้นสร้างจากจินตนาการ ประสบการณ์ แล้วก็อ่อนจริงที่บางทีอาจเคยเกิดขึ้น รวมทั้งถ่ายทอดผ่านแผ่นฟิล์มถ่ายรูปเพื่อที่จะได้ให้พวกเราได้รับทราบถึงเรื่องราวนั้นๆพวกเรามาดูกันเลยดีกว่า ว่าการดูหนังนั้น มีคุณประโยชน์ทางด้านไหนบ้าง

1. เป็นกิจกรรมที่เยี่ยมที่สุดของเพื่อนพ้องแล้วก็คู่ควง
การดูหนังออนไลน์ร่วมกันนับว่าเป็นกิจกรรมเล็กๆเป็นที่ชื่นชอบมากมายๆในกลุ่มคู่สมรสรวมทั้งเพื่อนพ้องในด้านของการได้ใช้เวลาด้วยกัน ด้วยเหตุว่าการดูหนังจะสามารถสร้างขณะที่เพื่อนพ้องรวมทั้งคู่สมรสได้บรรเทาและก็อยู่ร่วมกัน ได้สนทนากัน รวมทั้งเป็นการกระชับความเชื่อมโยงระหว่างกันให้ดีขึ้นได้

2. ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆและก็แง่คิดดีๆ
การดูหนังถือได้ว่าเป็นการศึกษาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งพวกเราสามารถศึกษาการใช้ภาษา วัฒนธรรม แล้วก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆผ่านการดูหนัง หนังบางหัวข้อนั้นผลิตจากข้อเท็จจริง ประสบการณ์จริงที่เคยเกิดมาแล้ว ก็เลยทำให้พวกเราสามารถทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ผ่านการดูหนังได้อีกด้วย

3. สร้างแรงดลใจได้ไม่รู้จักจบสิ้น
หนังหลายๆเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่อสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ชม แล้วก็มีหลายๆเรื่องที่แทรกสอดสาระ รวมทั้งแง่คิดดีๆซึ่งการดูหนังสามารถสร้างแรงดลใจให้กับผู้ชมได้ ไม่ว่าจะเกิดเรื่องการใช้ชีวิต การเดินทางท่องเที่ยว เรื่องความรัก และก็ฯลฯที่พวกเราไม่สามารถที่จะหาจากที่ไหนได้

4. เป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่ประดิษฐ์
ผู้ใดกันที่อยู่บ้านเบื่อๆต้องการฆ่าเวลา ชอบหาหนังออนไลน์มาดูทั้งหมด การดูหนังนับว่าเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่ประดิษฐ์ที่คุณสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆได้ในขณะเดียวกัน การดูหนังไไม่ใช่เรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าเกิดคุณจัดสรรเวลาได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งการดูหนังจะเป็นกิจกรรมสุดโปรดที่มีประโยชน์และก็เหมาะสมกับการเรียนมากมายๆถ้าคุณใช้เวลาไปกับการดูหนังที่ประดิษฐ์

5. สร้างความสนุก ลดความเครียด
แน่ๆว่าประโยช์จากการดูหนังนั้นเป็นการได้รับความเบิกบานใจ ความสนุก และก็การดูหนังนั้นยังช่วยลดแล้วก็ผ่อนคลายเพื่อลดการเกิดความเคร่งเคลียดได้อย่างดีเยี่ยม แวดวงภาพยนตร์ มีหนังที่ช่วยทำให้คุณได้ความเครียดลดลงจำนวนมากให้เลือก ก็เลยไม่น่าฉงนใจว่าเพราะเหตุใดการดูหนังก็เลยเป็นกิจกรรมสุดโปรดของใครๆคนจำนวนไม่น้อย

จะมองเห็นได้ว่าการดูหนังนั้นมิได้มีโทษอะไร ถ้าเกิดคุณจัดสรรเวลาอย่างมีประโยชน์ และก็การดูหนังจะก่อให้คุณได้ศึกษา เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆเปิดประสบการณ์ใหม่ๆได้อย่างไม่หยุดหย่อนทราบสิ้นเลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะเหตุไร? ฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกหัดจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านก็สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษสำเร็จกว่า ฝึกฝนจากหนังสือนะ เพราะเหตุใด ทราบมั้ย เวลาพวกเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พอเพียงอ่านไปครู่หนึ่งพวกเราก็อาจรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังอย่างไรล่ะ การฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นเลิศในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษพวกเราเจริญแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกสนานอยู่แล้ว รวมทั้งมันจะดีเยี่ยมถ้าหากพวกเราสนุกสนานไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย และก็นี่หมายถึงเหตุผล ที่เพราะอะไรการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกฝนจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ด้วยเหตุว่าการดูหนังมันบันเทิงใจกว่า
การเล่าเรียนไปพร้อมๆกับความเพลิดเพลิน ย่อมดียิ่งกว่าศึกษาแบบน่ารำคาญเสมอ ยิ่งหากได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย ประเภทที่แบบคิดออกทุกอารมณ์แล้วก็คำกล่าว ก็ยิ่งศึกษาได้เร็ว รวมทั้งทำให้พวกเราจำต้นแบบประโยคได้ว่า อารมณ์อย่างงี้ พวกเราเอาคำกล่าวโก้ๆแบบงี้มาบอกได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานและก็ตนเองถูกใจ จะช่วยทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ

2. ได้คำคม/คำบอกเล่านำไปใช้ได้ต่อแบบหรูๆรวมทั้งนึกออกแน่ๆ
หนังหลายๆเรื่องชอบมีคำคม และก็ให้ข้อคิดเตือนใจกับพวกเราเสมอ พวกเราสามารถทำความเข้าใจภาษาอังกฤษจากคำคมพวกนั้นได้ หรือนำคำคมพวกนั้น มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันพวกเราก็ยังได้ ดังเช่นว่า ถ้าเกิดคนไหนกันเคยมองเรื่อง Spider Man แล้วก็ถูกใจประเด็นนี้ คงจะไม่มีผู้ใดไม่รู้ คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้บอกในขณะที่จำเป็นต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่มหึมาได้ ฮ่าๆ
“With great power comes great responsibility”
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
หรือหนังเรื่อง Fast & Furious 6 ก็ได้ข้อคิดเตือนใจแล้วก็คำคมมา
“Every man has to have a code”
“เป็นลูกผู้ชายจึงควรมีแนวทาง”

3. ภาษาในหนังเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
ในตำราเรียนโดยมาก บางครั้งบางคราวจะพบศัพท์หรือประโยคโบราณๆที่คนปัจจุบันเขาพูดน้อยกันแล้ว ชอบเป็นภาษาแบบทางการซะมากยิ่งกว่า แต่ว่าในหนังเป็นภาษาพูดทั่วๆไปที่พวกเรานำไปใช้เอาอย่างกล่าวต่อในชีวิตได้จริงๆ

4. ได้ทราบความหมายของศัพท์ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะคำแปล
เวลาเรียนในห้องเรียน คุณครูให้การบ้าน แปลศัพท์จากหนังสือ พวกเราก็จะได้แต่ว่าเพียงแค่คำแปล แต่ว่าพวกเราจะคิดไม่ค่อยออกว่า พวกเราจะใช้ประโยชน์ที่แหน่งใด ใช้อย่างไร แม้กระนั้นหากในหนัง พวกเราจะทราบถึงบริบทของคำนั้นๆทราบว่าใช้คำนั้นอย่างไร แล้วก็ใช้เมื่อไหร ยิ่งถ้าหากดูหนังแนวเดิมๆเป็นประจำอย่างเช่นหนังแนวสอบสวน ก็จะทราบศัพท์ แล้วก็บริบทของคำนั้นๆเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นต้นว่า ถ้าเกิดพวกเราเพิ่งจะทราบคำศัพท์ใหม่แบบที่ไม่เคยทราบมาก่อน อย่างคำว่า Detective ที่หมายความว่า สายลับ ร้อยอีกทั้งเก้าสิบเก้าจุดเก้าๆเพียงพอเปิดดิกเสร็จ รู้เรื่องรู้ราวหมายละ แต่ว่าไม่เคยได้ใช้เลย สักครู่ก็ลืมศัพท์คำนี้ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นหนังนะ ดูหนังสองสามเรื่องเกี่ยวกับสอบสวนสืบสวนก็เพียงพอจะทราบดีแล้ว Detective หมายความว่าอะไร พวกเราสามารถใช้ได้หลายแบบอย่าง ทั้งยังใช้นำหน้าชื่อได้ ดังเช่น Detective Loki จากหนังที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับประเด็นการลักพาตัวเด็กอย่างหนังอ่อนว Prisoners หรือบางครั้งอาจจะใช้เป็นคำนามบอกอาชีพก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น He’s a detective
แล้วก็สิ่งที่จำเป็นเลย เป็นรู้ดีว่า เว้นเสียแต่ทราบว่า Detective มีความหมายว่าอะไรแล้ว ยังทราบดีว่าทำอะไรบ้างอีก เป็นต้นว่ายอดเยี่ยมหนังเรื่อง Seven ที่ กางรดพิทแล้วก็มอร์แกนฟรีแมนแสดงเป็นสายสืบ กล่าวได้ว่า ยิงปืนนัดหมายเดียว ได้นกสองตัว (Killing two birds with one stone.) แบบงี้หนังสือทำไม่ได้นะอิอิ

5. ดูหนังได้อารมณ์มากมายว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ
มีคนกล่าวว่า อารมณ์ของเนื้อความที่พวกเราได้ยินนั้น 30% มาจากศัพท์หรือใจความที่พวกเราใช้ แต่ว่าอีก 70% ที่เหลือเป็น มาจากบริบทต่างๆของผู้พูดได้แก่ กล่าวอย่างไร ยิ้มไหม น้ำเสียงคืออะไร เสียงดังหรือไม่ สิ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะบอกได้ด้วยตำราเรียน อย่างไรก็แล้วแต่ มิได้แปลว่าการการฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือไม่ดี ทั้งหมดทุกอย่างล้วนมีจุดเด่นของมันหมด แม้กระนั้นการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนัง soundtrack นั้น ช่วยในประเด็นการฟังได้มากมาย พอเพียงฟังได้แล้วการพูดก็จะตามมา เนื่องจากพวกเราเอาอย่างจากการฟัง เสมือนเด็กนั่นแหละขอรับที่ฟังก่อน ค่อยกล่าวเป็น นี่เป็นฐานรากสำคัญ แม้กระนั้นสิ่งที่จำเป็นเยอะที่สุดเลยเป็น ความมุ่งมั่นรวมทั้งความสม่ำเสมอ แรกๆบางครั้งก็อาจจะยาก แต่ว่าเชื่อเถอะ วันใดวันหนึ่งนึง คุณจะฟังแล้วเกือบจะไม่ต้องประเมินผลอะไรเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว มาเริ่มดูหนัง Soundtrack กันเลยดีกว่าเนอะ ถ้าเกิดผู้ใดกันยังไม่รู้จักว่า เพราะเหตุใดพวกเราควรจะดูหนัง เสียง soundtrack มากมายเสียงบรรยายไทย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

5G คืออะไร ส่งผลดีกับการดูหนังบนเว็บดูหนังออนไลน์ ยังไง?

ดูหนังออนไลน์ การดูหนังจาก เว็บดูหนังออนไลน์ ในช่วงก่อนๆ หลายคนคงประสบปัญหา หนังไม่โหลด เน็ตค้างบ้าง ดูๆ อยู่หนังสะดุดบ้าง หน้าเว็บค้างบ้าง หรือบางครั้งก็หายไปทั้งเว็บทั้งเน็ตซะดื้อๆอย่างนั้น โถเวรกรรม! กว่าจะดูหนังออนไลน์จบแต่ละเรื่องเล่นเอาอารมรณ์เสียไปเลย แต่ในยุคปัจจุบันนี้ปัญหาเหล่านั้นกำลังจะหมดไป ด้วยเทคโนโลยีใหม่ ที่เรียกว่า 5G นั้นเอง ช่วงนี้เราอาจจะได้ยินข่าวเกี่ยวกับ 5G และเราคงได้แต่คาดว่า 5G นั้นจะต้องดีกว่า 4G แน่ๆ เพราะมากกว่า 5 มากกว่า 4 เรามาทำความรู้จักกันดีกว่าว่า 5G มันคืออะไร จะแก้ไขปัญหาได้มั้ย และส่งผลดียังไงกับการดูหนังบนเว็บหนังออนไลน์ ?

ก่อนที่จะไปถึง 5G เรามาเริ่มทำความรู้จักแต่ละ G (Generation) กันก่อน
– ยุค 1G ยุคนั้นเป็นยุคที่เราคุยกันผ่านเสียงผ่านมือถือระบบอนาล็อก
– ยุค 2G เราสามารถส่งข้อความ MMS หากันได้
– ยุค 3G เราเชื่อมต่อและใช้งานอินเทอร์เน็ต เพื่อส่งข้อมูลผ่านมือถือได้ด้วยความเร็วระหว่าง 20kbps- 42.2Mbps
– ยุค 4G เราสามารถดูภาพเสียง หรือหนังออนไลน์ได้ที่ความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 100 Mbps(4G LTE), 150 Mbps (4G LTE Cat.4) และ 1,000 Mbps (4G LTE Advanced)
– ยุค 5G (Generation 5) เรียกได้ว่าเป็น รุ่นที่ 5 ของการสื่อสารที่อนาคตจะไม่ใช่แค่โทรศัพท์มือถือแล้ว แต่จะรวมถึงอุปกรณ์ทุกชนิดที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้ (Internet of Things หรือ IoT) ซึ่งหากเราเข้าสู่ยุค

5G จะส่งผลให้กิจกรรมทางออนไลน์เร็วแรงขึ้นมาก
5G จะดาวน์โหลดวีดีโอออนไลน์ ดูหนังจากเว็บหนังออนไลน์ หรือโหลดแอปฯ ได้เร็วถึง 10,000 Mbps ถ้าใช้ 4G ดูวิดีโอออนไลน์ (ขนาด 8K) หรือดาวน์โหลดหนังต้องรอ 6 นาที แต่ถ้ามี 5G ใช้เวลาแค่ 6 วินาที! โอ้วววว.. เร็วมาก ต่อไปนี้ ถ้าเราดูหนังที่มีความยาวหลายชั่วโมงหนังของเราก็จะไม่สะดุดอีกต่อไป คอหนังถูกใจสิ่งนี้

5G เหนือกว่า 4G อย่างไร?
การตอบสนองไวกว่า ถ้าเราใช้ 4G สั่งงานควบคุมสิ่งต่างๆได้เร็วที่ 20 – 30 ms (Milli-second 1:1,000 วินาที) แต่ถ้าใช้ 5G การสั่งงานเพื่อควบคุมอุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตได้เร็วขึ้น 10 เท่า
การรับส่งข้อมูลได้มากกว่า 4G โดย 4G จะรับส่งข้อมูลต่อเดือนได้แค่ 7.2 Exabytes แต่ 5G จะทำให้เรารับส่งข้อมูลได้เพิ่มขึ้น 7 เท่า คือ 50 Exabytes ต่อเดือน
5G มีความถี่สำหรับใช้งานมากกว่า เราจึงสามารถใช้งานคลื่นความถี่ได้ถึง 30GHz
5G รับรองจำนวนผู้ใช้งานในแต่ละพื้นที่ได้มากกว่า โดยที่ 4G สามารถรองรับผู้ใช้งานได้ราว 1 แสนคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม. แต่ 5G จะรองรับผู้ใช้งานได้ถึง 10 เท่า / 1 ล้านคนต่อพื้นที่ 1 ตร.กม.
ถ่ายโอนข้อมูลต่อวินาทีได้ปริมาณมากกว่า 4G โดย 4G นั้นโอนข้อมูลได้เพียง 1 GB ต่อวินาที แต่ 5G จะทำได้ถึง 20 GB ต่อวินาที หรือ 20 เท่าของ 4G

5G ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของเราอย่างไร?
แน่นอนว่าในยุค 5G จะทำให้เราดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ เปิดเว็บไซต์บนมือถือได้เร็ว ไม่มีสะดุด แม้แต่วีดีโอที่มีความละเอียดสูงๆ แต่ประโยชน์ของ 5G มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เนื่องจากว่าในอนาคต โลกจะก้าวสู่เทคโนโลยี IoT จะได้เห็นการทำงานของอุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตที่ไม่ไช่เพียงแค่สมาร์ทโฟน อุปกรณ์ที่เชื่อมอินเตอร์เน็ตผ่าน 5G ก็จะส่งข้อมูลหากันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ไร้คนขับ (Driverless Car) ที่ในอนาคตจะสามารถโต้ตอบกับรถอีกคัน และถนน (Smart Road) ผ่านเซนเซอร์ โดยมี 5G โอนข้อมูลระหว่างกัน
รวมถึง Virtual Reality (VR) และ Augmented Reality (AR) เช่น การดูหนังหรือเล่นเกมผ่านอุปกรณ์ VR ถ้าใช้ 5G ก็จะได้รับประสบการณ์ที่เหนือกว่าการเล่นผ่านสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน และที่สำคัญคือ AR ที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้อง และมีการประมวลผลโดยการทำให้วัตถุ 3 มิติ (ภาพเสมือน) ทับซ้อนเข้ากันกับภาพจริงเป็นภาพๆเดียว ซึ่งภาพหรือวีดีโอที่ว่าจะต้องดึงมาจาก Cloud ทำให้ 5G มีบทบาทมากในการดึงข้อมูลให้ปรากฏบนหน้าจอได้โดยไม่มีดีเลย์

สรุปได้ว่า ยุค 5G นี้ เราจะได้ดูหนังออนไลน์ ดูวีดีโอ เล่นเกม ฟังเพลงได้ไม่มีสะดุดแล้ว เย้!! ชีวิตดี๊ดีสะดวกสบาย ไม่หลุด ไม่ค้างอีกแล้ว เทคโนโลยีสมัยใหมีนี้ช่างดีงามเสียจริง ถูกใจคอเกม และชาวหนังออนไลน์แบบเรายิ่งนัก

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

มาเข้าครัว ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! ด้วยการดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร

สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ออกบ้านไปไหน ดูหนังออนไลน์ เราจะขอชวนคุณเข้าครัวกัน เอาล่ะ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ มาดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! กันเถอะ รู้มั้ยว่า การนั่งดูหนังสักเรื่อง บ่อยครั้งนอกจากสร้างความบันเทิงแล้ว หากเป็นหนังที่ว่าด้วย ‘การทำอาหาร’ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติไหนๆ ก็ตาม ผู้กำกับมักมีวิธีสอดแทรกฉากทำอาหารเหล่านั้นออกมาได้พิถีพิถัน และมันก็สามารถทำให้ท้องผู้ชมร้องอยู่ตลอดเวลาระหว่างการชมได้เหมือนกัน วันนี้เราชวนทุกคนดูหนังออนไลน์อยู่บ้านที่เกี่ยวกับการทำอาหารที่มอบจะความบันเทิงได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ท้องร้องได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

1. นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด (2017)
ผลงานฝีมือคนไทยกับหนังตลกผลงานการกำกับโดย พี่โต๊ะ พันธมิตร ที่ครั้งนี้จับ ก้อง ห้วยไร่ มาลงจอภาพยนตร์ครั้งแรก ปะทะสิงโต นำโชค กับเรื่องไข่ๆ ไอเดียบรรเจิด ที่เอาไข่เจียวอาหารเด็ดของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกมาเป็นอีกหนึ่งตัวละคร ถ่ายทอดเรื่องราวฟูฟูไปด้วยเสน่ห์ของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในแบบอารมณ์ดีสุดๆ ของมิตรภาพกลุ่มเพื่อนที่มีไข่เจียวเป็นศูนย์กลางกับภารกินดัน “ไข่เจียวไทย” ไปเป็น “ไข่เจียวโลก” เพิ่มรสชาติความสนุก ระเบิดระเบ้อเสียงหัวเราะแบบไม่มีกั๊กด้วย บอล เชิญยิ้ม ระดมเหล่าศิลปินและซูเปอร์สตาร์สุดเซอร์ไพรส์อีกเพียบ รับรองว่าดูเรื่องนี้ได้ทั้งความฮา ความหิว และร้องโอ้โห !

2. เชฟจ๋า : Chef (2014)
ผลงานทุนต่ำของผู้กำกับ จอน เฟฟโร แห่ง Iron Man ที่คราวนี้พาผู้ชมไปสำรวจชีวิตของพ่อครัวแห่งภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ผู้ที่วันหนึ่งความซวยก็มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเขาดันไปมีเรื่องกับนักวิจารณ์อาหารคนดัง จนเป็นเหตุให้ถูกไล่ออก เขาจึงตัดสินใจหาลู่ทางในชีวิตใหม่ ผลที่ได้คือการขับรถบรรทุกขายอาหารตระเวนไปรอบๆเมืองเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆให้แก่ลูกค้าทั้งหลายที่แวะเวียนมาชิมฝีมือของเขา Chef เป็นเรื่องราวสนุกๆ ชวนประทับใจกับการออกเดินทางเพื่อพาชีวิตออกจากวงจรเดิมๆไปพบเจอสิ่งใหม่ๆแล้ว หนังยังมีฉากทำอาหารที่ชวนน้ำลายไหลแทรกอยู่เป็นระยะๆ

3. อุด้ง : Udon (2006)
แค่ชื่อเรื่องก็คงบอกชัดเจนแล้วว่านี่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอาหารประเภทเส้นที่เรียกว่า “อูด้ง” โดยนี่เป็นเรื่องราวของหนุ่มหน้าซื่อวัย 31 ปี นามว่า โคสุเกะ ที่หลังจากพบกับความผิดหวังในการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จนต้องหอบความฝันที่แตกสลายกลับบ้านเกิดในเมืองเล็กๆอันห่างไกล เมืองที่ขึ้นชื่อในการทำอูด้งที่โด่งดังไปทั่วประเทศญี่ปุ่น จากที่เคยมองข้ามอูด้ง แต่ตอนนี้ โคสุเกะ ก็ได้ความคิดใหม่ว่าอูด้งนี่แหละที่จะเป็นตัวเปลี่ยนชีวิตเขาและนั่นนำไปสู่การตะลุยค้นหาร้านอูด้งต่างๆ ตลอดจนการค้นลึกไปถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเมนูอาหารนี้!! หนังไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางตามหาตัวเองและวิ่งตามความฝันที่เรียบง่าย แต่ชวนให้ติดตาม แต่ทุกๆเมนูอูด้งที่โคสุเกะและเหล่าเพื่อนตระเวนไปลิ้มลองนั้นช่างเป็นภาพที่ยั่วการทำงานของกระเพาะอาหารอย่างที่สุด จนคุณต้องออกไปตามหาอูด้งมาทานบ้างทันทีที่ดูจบ

4. ระ-ทะ-ทู-อี่ พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก : Ratatouille (2007)
“ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” หนึ่งในข้อคิดอันยิ่งใหญ่จากแอนิเมชั่นยอดฮิต ฝีมือการกำกับของ แบรด เบิร์ด ชิ้นนี้ เรื่องราวของ เรมี่ หนูซึ่งอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ผู้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน จนกลายเป็นหนูที่แปลกกว่าหนูตัวไหนๆ ในกลุ่ม แต่วันหนึ่งเมื่อเขาพลัดพรากจากครอบครัว โดยมีแค่หนังสือทำอาหารของ กุสโตว์ เชฟมือทองของฝรั่งเศส ผู้มีร้านอาหารชื่อกุสโตว์อยู่ในปารีส ซึ่งหลังเดินทางยาวนาน เรมี่ก็มาถึงร้านอาหารที่เขาฝันถึงจนได้ ที่นี่เขาได้เจอกับมนุษย์หนุ่มชื่อ ลินกวินี่ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานในครัวของร้านอาหารดังแห่งนี้ การเจอกันระหว่าง เรมี่ กับ ลินกวินี่ ที่เริ่มต้นด้วยความตื่นตกใจ และมาพร้อมๆกับความลับของมนุษย์กับเชฟหนูที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาสู่โลกทั้งใบ

5. บิ๊กกุ๊กศึกโลกันตร์ : Le Grand Chef (2007)
นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่คือสงครามระหว่างสุดยอดพ่อครัวแห่งเกาหลี! เรื่องของของ 2 พ่อครัวนาม ซองซัน และ บองจู ที่ต้องมาแข่งทำอาหารชิงตำแหน่งสุดยอดพ่อครัว ซึ่งในอดีต ซองซัน เคยต้องพ่ายแพ้ให้กับ บองจู มาแล้ว แต่การแข่งขันครั้งใหม่นี้ นอกจากตำแหน่งอันสูงสุดของคนทำอาหารแล้ว ยังเป็นการพิสูจนว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสมที่แท้จริงในการครอบครองมีดทำครัวโบราณ สมบัติล้ำค่าแห่งเกาหลีอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจของ Le Grand Chef นอกจากส่วนผสมของความตลกและดราม่าที่ลงตัวแล้ว ฉากการทำอาหารทั้งหลายในการแข่งขันแต่ละรอบ ที่ตัวละครเอกต้องทำตามโจทย์ก็ล้วนทำให้ผู้ชมต้องลุ้นไปพร้อมๆกับความหิวที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น รวมถึงการออกตามหาสุดยอดเครื่องมือประกอบอาหารในตำนานอย่าง ถ่านไม้ สำหรับใช้ย่างอาหารในการแข่งขันรอบสำคัญที่ต้องลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้ตามหาได้เจอก่อนกัน

6. ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน : The Hundred-Foot Journey (2014)
ตัวละครต่างๆในเรื่องนี้ ล้วนมีเส้นเรื่องแยกย่อยเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่นำทุกคนมารวมกันก็คือ “อาหาร” สำหรับ The Hundred-Foot Journey นั้นพาเราไปสำรวจในประเด็นที่ว่าอาหารเป็นมากกว่าความใส่ใจ แต่คือตัวบอกวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์ ทั้งยังเป็นเรื่องของความทรงจำ ความรัก และความรู้สึก หนังเล่าถึงความขัดแย้งและการแข่งขันกันระหว่างร้านอาหารฝรั่งเศส และร้านอาหารอินเดียที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน แถมเรื่องก็วุ่นเข้าไปอีก เมื่อฮัสซานลูกชายฝั่งร้านอาหารอินเดีย เกิดปิ๊งกับ มาร์การีต ผู้ช่วยเชฟ ของฝั่งร้านอาหารฝรั่งเศส ท่ามกลางเรื่องรักๆแล้ว ฉากการทำอาหารจากเมนูสองสัญชาติก็ช่างถูกถ่ายทอดออกมาได้ชวนหิวเสียเหลือเกิน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนมาทำความรู้จักประเภทของหนังแต่ละแนวกันให้กระจ่างแจ้ง

เชื่อว่ามีหลายคนประสบปัญหาเหล่านี้ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ แล้วเจอคำค้นหาประเภทของหนัง ซึ่งบางเว็บโชคดีมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย บางเว็บก็มีแต่ภาษาอังกฤษซะงั้น แถมมือใหม่เพิ่งเข้าวงการหัดดูหนังยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังแต่ละประเภทหมายถึงอะไรกันยังไงแน่ ยิ่งค้นยิ่งงง เอาล่ะ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้ประเภทของหนังกันให้กระจ่างแจ้ง เพื่อว่าเวลาเข้าเว็บดูหนังออนไลน์จะได้เลือกดูกันได้สบายตามใจชอบ ไม่ต้องงงกันอีกต่อไป

Action movie (ภาพยนตร์แอคชั่น)
Action หมายถึง หนังแบบบู๊ แอ็กชั่น ยิง ต่อสู้ ระทึกใจ เหมาะสำหรับคนชอบความแข็งแรงและศิลปะการต่อสู้ ในภาพยนตร์แนวนี้จะมีฉากยิง ระเบิด เผาสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะหาดูได้ยาก ฉะนั้นคนที่ชอบหนังประเภทนี้ไม่ใช่เพราะชอบความรุนแรง แต่จะหมายถึงคนที่ชอบที่จะสัมผัสกับสิ่งที่หาดูไม่ได้ในชีวิตประจำวันและชอบความตื่นเต้นอยู่ด้วย ปัจจุบันภาพยนตร์ประเภทนี้ มีออกมาฉายกันมากไม่เคยขาดและได้รับการตอบกลับอย่างดี แต่ก็ต้องมีเนื้อหาสาระและมุมมองของการออกแบบฉากได้อย่างลงตัวและสมจริงด้วย อย่าง องค์บาก ทั้งสองภาคก็ขายความแอ๊คชั่นเป็นจุดสำคัญ

Adventure (ภาพยนตร์ผจญภัย)
Adventure หมายถึง หนังแนวผจญภัย เข้าป่าฝ่าดง เจอปัญหาอุปสรรคมากมาย และต้องมีการแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ หนังแบบนี้ก็เหมาะสมหรับผู้ชมที่ชื่นชอบการผจญภัย เช่น เข้าไปในป่าที่ยังไม่รู้จักว่ามีอะไรบ้างที่รอการเข้าไปค้นหาจากเรา

War (ภาพยนตร์สงคราม)
War หนังสงคราม ที่มีการอ้างอิงเหตุการณ์สงครามที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เน้นจุดๆ หนึ่งในสงครามนั้นๆ ก็อาจจะนำไปใช้สอนเด็กนักเรียนได้ แต่ก็อาจจะไม่เหมาะในบางเรื่อง เช่น ความรุนแรงหรือความป่าเถื่อนอะไรประมาณนี้ ผมสังเกตว่าถ้าคนที่ไม่ใช่คอหนังสงครามจริงๆ เขาอาจจะไม่อยากดูเลยด้วยซ้ำ แต่คนที่ชอบดูก็จัดได้ว่าคลั่งหนังสงครามไปเลย ส่วนที่เหลือก็เป็นการชอบดูเป็นช่วงๆ ระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง

Drama Movies (ภาพยนตร์ดราม่า)
Drama หนังชีวิต ที่จะได้ความรู้สึกซึ้งเศร้า เคล้าน้ำตา ทำให้นึกถึงชีวิตคนจริงๆ บางเรื่องดูแล้วเครียด บางเรื่องก็เศร้ามากๆ แต่พอหนังจบก็โล่งหัว

Sci-Fi Movies (ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์)
Sci-Fi หนังที่มีเนื้อหาอ้างอิงวิทยาศาสตร์ แต่ทำออกมาให้น่าสนใจอาจจะผสมจินตนาการเข้าไปด้วย แต่หลายคนบอกว่าไม่ชอบเพราะดูไม่รู้เรื่อง ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะบางเรื่องก็ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานเป็นเดิมพันบ้าง แต่ถ้าหากชมบ่อยๆ ก็จะเริ่มรู้เรื่องและกลายเป็นคนชอบหนังประเภทนี้ก็ได้ หนังแนวนี้สามารถต่อจินตนาการให้เราได้ เผลอๆ คนที่ดูอาจจะคิดอะไรดีๆ ออกมาสร้างประโยชน์ให้กับคนรอบข้างได้ และแนวคิดของหนังแนวนี้ก็เป็นแรงกระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์พยายามทำให้ได้แบบในหนัง

Family (ภาพยนตร์ครอบครัว)
Family เป็นหนังที่คนทุกคนในครอบครัวดูได้ ส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผูกพัน ของคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ก็จะแฝงแง่คิดเอาไว้และเดินเรื่องแบบเรียบง่าย เน้นความรักกันของคนในครอบครัว

Thriller Movies (ภาพยนตร์ระทึกขวัญ)
Thriller หนังแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีการผูกเรื่องเพื่อให้ผู้ชมลุ้นไปด้วยว่าผลสุดท้ายจะออกมาในแนวใด เหมาะกับผู้ที่ชอบการสืบ นักสืบน้อยทั้งหลาย มันมีเสน่ห์ตรงทำให้ผู้ชมต้องติดตามตลอดทั้งเรื่อง ดังนั้นหากเรื่องไหนทำให้เกิดปมช้า ก็ทำให้หนังน่าเบื่อ และตอนจบและแนวเรื่องต้องมีความแปลกใหม่

Crime (ภาพยนตร์อาชญากรรม)
Crime หนังอาชญากรรม แนวการแก้ไข ต่อสู้ จับผู้ร้ายและไขคดีต่างๆ ของคุณตำรวจนั่นเอง

Documentaries (ภาพยนตร์สารคดี)
Documentary หนังแนวสารคดีที่ดูไปด้วย ได้สาระไปด้วย เช่น หนังสารคดีไดโนเสาร์ เช่น เรื่อง Jurassic Park จูราสสิค ปาร์ค กำเนิดใหม่ ไดโนเสาร์

Animation (ภาพยนตร์การ์ตูน)
Animation หมายถึง หนังการ์ตูน ซึ่งปัจจุบันกำลังมาแรง เช่น finding nemo ปัจจุบันมีการผลิตออกมาได้น่าดูและแนบเนียนขึ้น ประเทศไทยเองก็มีออกมาหลายเรื่องและได้รับการต้อนรับมากโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ขาดกันไม่ได้

Comedy (ภาพยนตร์ตลก)
Comedy หนังตลก เบาสมอง เหมาะกับคนที่ต้องการดูเพื่อการพักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก

Erotic (ภาพยนตร์ผู้ใหญ่)
Erotic เป็นภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพศ ในประเทศไทยไม่มีเพราะทำออกมาก็ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์

Fantasy (ภาพยนตร์ผสมจินตนาการ)
Fantasy หนังที่มีการผสมจินตนาการแบบที่เราๆ ไม่ค่อยเห็นในชีวิต จะเรียกว่า เหนือจริงก็ได้ เด็กๆ หลายคนชอบจนถึงขั้นติดเลย

Musicals Movies (ภาพยนตร์เพลง)
Musical ภาพยนตร์เพลง เช่น ชิคาโก ประเทศไทยยังไม่มีให้เห็นเป็นเรื่องเป็นราวสักเรื่อง แต่ก็ยากที่จะทำให้มีรายได้เพราะความนิยมของคนแนวนี้ไม่มาก

Romance (ภาพยนตร์โรแมนติก)
Romance หนังแนวรักโรแมนติก เหมาะกับคู่หนุ่มสาวและผู้ที่กำลังมีความรักทั้งหลายหรือคนที่กำลังอยากจะรักใคร ชมไว้เป็นแนวทางในการทำตนเมื่อมีคนรัก จะได้ความรู้สึกมากขึ้นหากเราเคยมีประสบการณ์และความรู้สึกเหมือนในภาพยนตร์ จึงไม่แปลกใจที่หลายคนร้องไห้กับหนัง แต่อีกหลายคนอาจจะมองว่ามันซึ้งตรงไหน ไม่ผิด

Western (ภาพยนตร์ตะวันตก)
Western หนังคาวบอยตะวันตก ปัจจุบันอาจจะดูไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรเพราะความแปลกใหม่ในการนำเสนอหายากขึ้นและเสี่ยงมากที่จะทำออกมา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดี ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

ต้องการ ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้าน อยากได้ระบบเสียงชัดจัดเต็มแบบโรงภาพยนต์ คนชอบดูหนังแบบพวกเราควรจะมีลำโพงแบบเริ่ดๆใช่มั้ยล่ะ แล้วก็ถ้าหากกล่าวถึงลำโพงดูหนังอยู่บ้านไม่มีผู้ใดไม่คิดถึง Sound Bar กับ Home Theater เนื่องจากว่าทั้งสองนั้นเป็นลำโพงดูหนังอยู่บ้านที่มอบพลังเสียงได้ครบถ้วนบริบูรณ์มากยิ่งกว่าลำโพงจำพวกอื่นและก็เนื่องในเหตุการณ์เดี๋ยวนี้ที่มีการระบาดวัววิด-19 ก็เลยทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยอยากได้เปลี่ยนแปลงจากการดูหนังในโรงภาพยนต์มาเป็นดูหนังในบ้านแทนก็เลยนำมาซึ่งการทำให้เดี๋ยวนี้ยอดจำหน่ายของ Sound Bar กับ Home Theater พุ่งกระฉูด วันนี้พวกเราก็เลยมีประโยชน์เกี่ยวกับ Sound Bar กับ Home Theater มาบอกให้ผู้ที่อยากรู้ว่าลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

Sound Bar (ซาวด์บาร์) เป็นอย่างไร?
ซาวด์บาร์ ก็คือลำโพงประเภทหนึ่ง สถานที่ทำงานดังการเอาลำโพงหลายๆใบมาใส่รวมไว้ภายในเคสยาวๆเปลี่ยนเป็นลำโพงทรงแท่ง ที่ดูผิวเผินและเค้าหน้าไม่ราวกับลำโพงแบบเก่าที่พวกเรารู้จักดีกันสักมากแค่ไหน
Home theater (โฮมเธียเตอร์) เป็นอย่างไร
โฮมเธียเตอร์ Home theater หรือ Home cinema เป็นระบบภาพยนตร์สำหรับในการใช้งานในบ้าน โดยรวมเอาระบบเครื่องเสียง แล้วก็วัสดุอุปกรณ์แสดงภาพเข้าด้วยกัน การใช้แรงงานภาพชอบระบบฉายภาพ โดยมีเครื่องฉายภาพและก็หน้าจอ หรือทีวีหน้าจอใหญ่ หรือทีวีความแหลมคมชัดสูง การถ่ายทอดประสิทธิภาพเสียงนั้นอาศัยระบบเสียงรอบทิศทาง ที่มีความน่านับถือสูง หรือระบบไฮไฟ

สรุปแล้วเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

– คอนโดพื้นที่น้อยให้จัด Sound Bar
คุณลักษณะเด่นของ Sound Bar เป็นการตำหนิดตั้งในพื้นที่จำกัด นอกเหนือจากที่จะมีน้อยชิ้นแล้วตำแหน่งของการวางลำโพงก็ยังง่ายมาก เพียงแค่ติดให้อยู่กึ่งกลางโทรทัศน์เพียงแค่นั้น สบาย ตอบปัญหาห้องสไตล์คอนโด หรือห้องดูหนังที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
– Sound Bar ให้ตำแหน่งเสียงพูดได้ดีมากว่า
การวางลำโพงไว้กึ่งกลาง ทำให้เสียงพูดรวมทั้งเสียงเบสแจ่มกระจ่างเสมอกัน ซึ่งตำแหน่งของเสียงบอกที่ดีควรต้องอยู่กึ่งกลาง ด้วยเหตุดังกล่าว ถ้าเกิดดูหนังกับสหายๆแล้วต้องการจะให้ทุกคนได้ยินเสียงพูดชัดแจ๋วตรงกันทั้งผอง เลือก Sound Bar ได้เลย!!
– เรื่องมิติของเสียงซ้ายขวาก็จำเป็นต้อง Home Theater
ลำโพง Sound bar ที่มีลักษณะทรงยาว ทำให้ระยะห่างของเสียงซ้ายรวมทั้งขวาอยู่ใกล้กันมากยิ่งกว่าลำโพงที่วางแยกซ้ายและก็ขวา ด้วยเหตุผลดังกล่าว แม้คุณอยากฟังเพลงอย่างมีอรรถรส โดยมีการแยกมิติของเสียงซ้าย-ขวาที่แจ่มกระจ่าง ลำโพงแบบ Home Theater จะเหมาะสมกับคุณที่สุด
– ความสวยสดงดงามก็จำเป็นต้องพิจารณา
ใครกันแน่ที่พอใจชุดเครื่องเสียงก้องกังวานแบบจัดเต็มคงประทับใจกับความงามตระการตาของ Home Theater ที่ให้ความรู้ความเข้าใจสึกเสมือนชูโรงภาพยนต์มาเอาไว้ภายในบ้าน แม้กระนั้นถ้าเกิดใครกันแน่อยากได้ความงามแบบไม่นิมอล Sound bar ก็โก้เก๋ได้เช่นเดียวกัน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ดูหนังอยู่บ้านถึงจะพลาดสาดน้ำสงกรานต์ แต่ไม่พลาดความสนุก

ไม่ได้เล่นน้ำสงกรานต์ไม่ต้องเสียใจไป วันนี้เราจะชวนทุกคน เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังอยู่บ้านให้หายเบื่อกัน เนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโควิด19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกรวมถึงที่ประเทศไทยเราด้วย จึงทำให้เทศกาลสงกรานต์บ้านเราถูกสั่งงดทุกพื้นที่! (เสียใจ) ถึงจะเสียใจแต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็ยังมีหนังออนไลน์ไว้ดูแก้ความเบื่อในช่วงนี้ไปได้ วันนี้เราได้รวบรวมความสนุก มาให้ทุกคนดูอยู่บ้านกันแบบเอาให้ตาแฉะกันไปข้างนึงเลยไม่ว่าจะเป็นคอหนังแอคชั่น ฮีโร่ อนิเมชั่นหรือคอหนังแนวสยองขวัญก็มีครบ จะมีเรื่องไหนบ้าง อย่าช้า มาดูกันเลย

1. Jurassic World: Fallen Kingdom (จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย)
นับเป็นเวลากว่า 4 ปี หลังจากกองทัพไดโนเสาร์บุกเข้าทำลาย Jurassic World!! สวนสนุกกึ่งรีสอร์ทสุดหรูที่มนุษย์สร้างขึ้นกักกันและใช้ประโยชน์จากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ทำเงินเยี่ยงสัตว์โชว์ เพื่อทวงดินแดนธรรมชาติและอิสรภาพในป่ากว้างของพวกมันคืน แต่ภัยพิบัติอันร้อนระอุที่กำลังค่อย ๆ ก่อตัวบนภูเขาไฟลูกยักษ์ในครั้งนี้ ก็อาจถึงคราวที่เหล่าไดโนเสาร์คมเขี้ยวร้ายต้องขอความช่วยเหลือจากมนุษย์บ้าง เรื่องราวจะน่าตื่นเต้นขนาดไหน! เปิดดูเรื่องนี้ด่วนเลย

2. The Nutcracker and the Four Realms (เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์)
ทุกตำนานย่อมมีด้านมืดให้คุณได้ค้นพบ เรื่องนี้จะพาคุณผจญภัยไปในสี่ดินแดนมหัศจรรย์ กับเคียร่า ไนท์ลีย์ และแม็คเคนซี่ ฟอย พร้อมด้วย เฮเลน เมียร์เรน และมอร์แกน ฟรีแมน ใน Disney’s The Nutcracker and the Four Realms “เดอะนัทแครกเกอร์กับสี่อาณาจักรมหัศจรรย์” The Nutcracker and the Four Realms ดัดแปลงจากนิยาย The Nutcracker and the Mouse King เมื่อปี 1816 ของนักเขียน อี.ที.เอ. ฮอฟฟ์แมนน์ (E.T.A. Hoffmann) เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสาว อย่าง คลาร่า ที่ตามหากุญแจวิเศษหายที่หายไป โดยกุญแจนี้จะสามารถเปิดกล่องของขวัญล้ำค่าที่คุณแม่ที่จากไปของเธอได้ให้ไว้ จากนั้น คลาร่า จึงได้รับด้ายทองคำจาก Drosselmeyer (มอร์แกน ฟรีแมน)พ่อทูนหัวในงานปาร์ตี้วันหยุดประจำปี ซึ่งจะนำให้เธอไปสู่อีกมิติหนึ่งอันน่าพิศวง

3. Fantastic Beasts 2 (สัตว์มหัศจรรย์: อาชญากรรมของกรินเดลวัลด์)
ถ้าโลกเวทมนตร์ฝั่งอังกฤษใน Harry Potter มี รูเบอัส แฮกริด ภาพยนตร์จากโลกเวทมนตร์เดียวกันฝั่งอเมริกาอย่าง Fantastic Beasts ก็มี นิวท์ สคามันเดอร์ ผู้เป็นทั้งเจ้าของและผู้ดูแล คอยส่งเหล่าสัตว์วิเศษมาเพิ่มสีสันให้แฟน ๆ ได้เฮฮาและตื่นตาตื่นใจกันไปตลอดเรื่อง !

4. Avengers: Infinity War (มหาสงครามล้างจักรวาล)
เป็นภาคที่รวมเหล่าฮีโร่ของ Marval ไว้ได้มากที่สุดสำหรับอภิมหาสงครามครั้งยิ่งใหญ่ Avengers: Infinity War เหล่าอเวนเจอร์ยังคงต้องปกป้องโลกจากภัยอันตรายครั้งใหญ่ที่เกินกว่าที่ซุปเปอร์ฮีโร่คนเดียวจะรับมือได้ อันตรายครั้งใหม่นั้นมาจากเงามืดของจักรวาล ‘ทานอส’ จอมเผด็จการแห่งจักรวาล เป้าหมายของเขาคือการรวบรวมอัญมณี อินฟินิตี้สโตนส์ทั้งหก เพื่อครอบครองพลังที่เกินจะจินตนาการถึง และใช้พวกมันในการเปลี่ยนแปลงความจริงทั้งมวลของจักรวาล ทุกสิ่งทุกอย่างที่อเวนเจอร์ต่อสู้มาก็เพื่อสิ่งนี้ ชะตากรรมของโลกและจักรวาลไม่เคยสั่นคลอนเท่านี้มาก่อน

5. X-Men: Dark Phoenix (X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์)
ภาพยนตร์ภาคต่อในเฟรนไชส์ X-Men เมื่อ Jean Grey ได้พัฒนาพลังของเธอจนสูงขึ้นและได้เริ่มเปลี่ยนเธอให้กลายเป็น Dark Phoenix เหล่า X-Men จึงต้องร่วมมือกันหยุดยั้งเธอ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายไป X-Men: Dark Phoenix กำกับโดย ไซมอน คินเบิร์ก นำแสดงโดย เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์, โอลิเวีย มันน และ โซเฟีย เทอเนอร์ เป็นหนังที่คอแอคชั่นไม่ควรพลาดเลยน้า

6. The Nun (เดอะ นัน)
ความเฮี้ยนของผีแม่ชีที่หลายคนยังจดจำได้ดีจาก The Conjuring 2 กำลังจะเริ่มต้นอีกครั้งแบบเต็ม ๆ โดย ผีแม่ชีกำลังจะมีภาคแยกเป็นของตัวเองใน The Nun โดยหนังยังได้ เจมส์ วาน (James Wan) ต้นตำหรับความเฮี้ยนกลับมาในฐานะโปรดิวเซอร์ร่วมกับ ปีเตอร์ ซาฟราน (Peter Safran) และได้เจ้าของความหลอนจาก Annabelle อย่าง แกรี่ เดาเบอร์แมน (Gary Dauberman) รับหน้าที่เขียนบท จะน่ากลัวขนาดไหนต้องดูเรื่องนี้ให้ได้

7. The Incredibles 2 (รวมเหล่ายอดคนพิทักษ์โลก 2)
ถือเป็นอนิเมชั่นพิซาร์ที่แฟนๆตั้งตารอคอยภาคต่อมากที่สุด แต่ทางค่ายก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการเข็น “Cars” ออกมาได้ถึง 3 ภาค แม้ภาคที่ 2 จะไม่ได้ประสบความสำเร็จเท่าไหร่ก็ตาม (แต่เพราะได้ยอดจากการขายของเล่นจึงทำให้มีภาคต่อตามมา) เชื่อว่าหากนำอนิเมชั่นที่มีฐานแฟนคลับหนาแน่น พิกซาร์ก็ยังคงรับทรัพย์ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น Toy Story 2-3 และ Finding Doryแน่นอน

8. Bumblebee 2018 (บัมเบิ้ลบี)
หนังภาคแยกของหนังชุดหุ่นแปลงร่าง “Transformers” ที่ประเดิมด้วยตัวเอกขวัญใจแฟน ๆ อย่าง “บัมเบิ้ลบี” ที่เล่าย้อนกลับไปในปี 1987 หรือ หลังสงครามกลางเมืองบนดาวไซเบอตรอน ระหว่าง ออโต้บอท และ ดีเซปติคอน จนต้องมาหลบซ่อนบนโลกมนุษย์ ทำให้ได้เจอกับ ชาร์ลี ที่พบซากของบัมเบิ้ลบีโดยบังเอิญและปลุกชีพโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้ ดีเซปติคอน ตามไล่ล่า พร้อมกับเผยอดีตเจ้าหุ่นสีเหลืองตัวนี้ ความน่าสนใจคือนักแสดง ที่ได้ยอดนักมวยปล้ำชื่อดังอย่าง John Cena มาร่วมแสดงในครั้งนี้ด้วย ส่วนบทบาท ชาร์ลี ได้ Hailee Steinfeld ที่เพิ่งโด่งดังจาก Pitch Perfect

9. Aquaman (อควาแมน เจ้าสมุทร)
เป็นอีกครั้งที่เราจะได้เห็นความสามารถและพละกำลังของราชาแห่งจ้าวสมุทร อควาแมน เจ้าผู้ครองอาณาจักรใต้ทะเล มีความสามารถในการสื่อสารและควบคุมสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลได้ เป็นหนึ่งในสมาชิกของ Justice League นำแสดงโดย เจสัน โมมัว ในบท อควาแมน และเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Justice League หนังยังร่วมด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกหลายชีวิต อาทิ แอมเบอร์ เฮิร์ด (Amber Heard), นิโคล คิดแมน (Nicole Kidman), เทมูรา มอริสัน (Temuera Morrison), จากผลงานการกำกับ เจมส์ วาน (James Wan) รับรองความสนุกเลยเรื่องนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com